สหรัฐ ฯ เดินเกมกดดันทางการค้ากับนานาชาติในรูปแบบเฉพาะของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ฯ ซึ่งยืนอยู่บนหลักการที่ว่า “ การค้าที่เป็นธรรม ต่างตอบแทน และอเมริกาต้องมาก่อน ” โดยพุ่งเป้าไปยังประเทศที่สหรัฐ ฯ ขาดดุลการค้าในระดับสูง โดยจีนถือเป็นเป้าหมายอันดับหนึ่งจากการขาดดุลการค้าสหรัฐฯ สูงถึง 375,228 ล้านดอลลาร์ฯ คิดเป็นสัดส่วนเกือบครึ่งหนึ่งของยอดขาดดุลทั้งหมด

 

 

บรรยากาศการค้ากับจีนและสหรัฐ ฯ มีแต่ความไม่แน่นอน ผู้ประกอบการ SME ​ที่ส่งสินค้าไปจำหน่ายในสหรัฐ ฯ และจีน อาจต้องเจอกับผลกระทบจากเกมการค้าดังกล่าว ทั้งข้อดีและผลเสีย รวมถึงผลจากการที่สินค้าจีนจำเป็นต้องแสวงหาตลาดใหม่แทนสหรัฐ ฯ และเข้ามาแข่งกับสินค้าไทยในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคอาเซียน 

 

 

ท่ามกลางความไม่แน่นอนของแรงกดดันทางการค้าภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ มีความเป็นไปได้ว่าจะมีการออกมาตรการอื่นเพื่อเพิ่มแรงกดดันขึ้นอีก หรือแม้กระทั่งเปลี่ยนแปลงแนวทางเดิมที่เคยได้กล่าวไปแล้ว อย่างไรก็ดี ไม่ว่ามาตรการใดที่ออกมาล้วนยืนอยู่บนหลักการที่ว่าเพื่อให้ธุรกิจสหรัฐ ฯ ได้ประโยชน์ในรูปแบบที่เท่าเทียมกันเป็นหลัก ซึ่งธุรกิจ SME จำเป็นต้องติดตามความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด สำหรับแนวทางการปรับตัวเพื่อพร้อมรับความไม่แน่นอน มีดังนี้

 

 

ถ้าหากเกมการค้าทวีความรุนแรงขึ้นโดยขยายวงกว้างกีดกันการค้าไปสู่สินค้ารายการอื่นเพิ่มมากขึ้น ธุรกิจไทยอาจต้องเผชิญอุปสรรคในการทำตลาดทั้งสองจากมาตรการกีดกันทางการค้าที่ส่งผลต่อสินค้าไทยทั้งทางตรงและทางอ้อมที่ยังต้องติดตามต่อไป

 

อ้างอิง : https://kasikornbank.com/th/business/sme/KSMEKnowledge/article/KSMEAnalysis/Pages/China-US_Trade-War.aspx